เมื่อเกิดไฟไหม้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ป่า พื้นที่เกษตร โรงงาน โกดัง หรือพื้นที่รกร้าง การหาจุดต้นกำเนิดของควันอาจทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่อยู่ห่างจากพื้นที่หรือมีสิ่งกีดขวางบดบังทัศนวิสัย
โดรนจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยสำรวจจากมุมสูง โดยเฉพาะโดรนที่ติดตั้ง กล้องความร้อน (Thermal Camera) ซึ่งสามารถช่วยค้นหาบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ แม้ในบางสถานการณ์จะมองเห็นเปลวไฟได้ยากก็ตาม
1. โดรนบินสำรวจพื้นที่จากมุมสูง
เมื่อได้รับแจ้งว่าพบกลุ่มควัน เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนให้โดรนบินเข้าสำรวจพื้นที่จากระยะที่เหมาะสม
ภาพจากมุมสูงช่วยให้มองเห็น
- ตำแหน่งกลุ่มควัน
- ทิศทางการเคลื่อนที่ของควัน
- ขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
- จุดที่อาจมีความร้อนผิดปกติ
ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้รวดเร็วกว่าการเดินเข้าไปค้นหาทีละจุด
2. กล้อง Thermal ช่วยมองหา “ความร้อน”
จุดเด่นของโดรนสำหรับภารกิจลักษณะนี้คือ กล้อง Thermal
กล้องชนิดนี้ไม่ได้ถ่ายภาพเหมือนกล้องสีทั่วไป แต่ตรวจจับพลังงานความร้อนจากวัตถุและแสดงความแตกต่างของอุณหภูมิ
ดังนั้น แม้บางพื้นที่จะมีควันบดบังการมองเห็นด้วยสายตา กล้อง Thermal อาจช่วยระบุบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติได้
ตัวอย่างเช่น
พื้นที่ปกติ → อุณหภูมิค่อนข้างสม่ำเสมอ
จุดร้อน → มีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณรอบข้างอย่างชัดเจน
จุดดังกล่าวสามารถถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายสำหรับการตรวจสอบเพิ่มเติม
3. ใช้ภาพ RGB และ Thermal ร่วมกัน
การใช้กล้องเพียงประเภทเดียวอาจไม่เพียงพอ
โดรนสำหรับงานตรวจสอบไฟบางระบบจึงใช้ทั้ง
กล้อง RGB
ช่วยดูภาพที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตามองเห็น เช่น
- ควัน
- เปลวไฟ
- อาคาร
- ต้นไม้
- ถนน
- สิ่งกีดขวาง
กล้อง Thermal
ช่วยดู
- จุดความร้อน
- ความแตกต่างของอุณหภูมิ
- พื้นที่ที่ยังมีความร้อนหลังเปลวไฟลดลง
เมื่อใช้ข้อมูลสองแบบร่วมกัน เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ละเอียดขึ้น
4. ค้นหาจุดร้อนที่ซ่อนอยู่
สิ่งที่อันตรายอย่างหนึ่งของไฟไหม้คือ ไฟอาจดูเหมือนดับแล้ว แต่ยังมีความร้อนหลงเหลืออยู่
ตัวอย่างเช่น
- ใต้กองวัสดุ
- ใต้กองใบไม้
- ในพื้นที่ป่า
- ภายในโครงสร้างบางส่วน
- บริเวณกองขยะ
กล้อง Thermal สามารถช่วยค้นหาจุดที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม
5. ใช้ทิศทางลมช่วยวิเคราะห์
การหาจุดกำเนิดควันไม่ได้ดูเพียงตำแหน่งที่เห็นควันเท่านั้น แต่ต้องพิจารณา ทิศทางและความเร็วลม ด้วย
ตัวอย่างเช่น
ควันเคลื่อนไปทางทิศตะวันออก
⬅️
จุดกำเนิดอาจอยู่ทางด้านตะวันตก
ข้อมูลจากโดรนสามารถนำมาประกอบกับข้อมูลสภาพอากาศและการสังเกตของเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยระบุพื้นที่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตาม ทิศทางควันอาจเปลี่ยนแปลงจากภูมิประเทศ อาคาร และกระแสลมในพื้นที่ จึงไม่ควรใช้ทิศทางควันเพียงอย่างเดียวในการระบุจุดต้นกำเนิด
6. AI ช่วยค้นหาจุดผิดปกติได้
ระบบโดรนสมัยใหม่สามารถนำ AI และ Computer Vision มาช่วยวิเคราะห์ภาพได้
ระบบอาจถูกออกแบบให้ตรวจจับ
- กลุ่มควัน
- เปลวไฟ
- จุดความร้อน
- พื้นที่ที่มีความผิดปกติ
แทนที่จะให้เจ้าหน้าที่ต้องดูภาพวิดีโอทุกเฟรมด้วยตัวเอง ระบบสามารถช่วยแจ้งเตือนเมื่อพบรูปแบบที่เข้าข่ายความผิดปกติ
แต่ผลจาก AI ยังควรได้รับการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย
7. ระบุตำแหน่งจุดต้องสงสัยบนแผนที่
เมื่อพบจุดความร้อนหรือกลุ่มควัน ระบบสามารถนำข้อมูลตำแหน่งของโดรนมาประกอบกับข้อมูลภาพ เพื่อระบุพื้นที่ต้องสงสัยบนแผนที่
ตัวอย่างการทำงาน:
บินสำรวจพื้นที่
↓
พบกลุ่มควัน
↓
ตรวจสอบด้วย Thermal
↓
พบจุดความร้อน
↓
บันทึกตำแหน่ง
↓
ส่งข้อมูลให้ศูนย์ควบคุม
↓
เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินเข้าตรวจสอบ
ทำให้ทีมภาคพื้นดินมีข้อมูลประกอบก่อนเข้าไปในพื้นที่
🚒 ตัวอย่างสถานการณ์
สมมติว่าเกิดกลุ่มควันในพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ และยังไม่ทราบว่าต้นเหตุอยู่บริเวณใด
ขั้นที่ 1
ส่งโดรนขึ้นสำรวจพื้นที่จากระยะปลอดภัย
ขั้นที่ 2
ใช้กล้อง RGB ค้นหากลุ่มควัน
ขั้นที่ 3
ใช้กล้อง Thermal ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ
ขั้นที่ 4
พบจุดที่มีอุณหภูมิสูงผิดปกติ
ขั้นที่ 5
บันทึกตำแหน่งและส่งข้อมูลให้ทีมภาคพื้นดิน
ขั้นที่ 6
เจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปวางแผนเข้าตรวจสอบหรือควบคุมเพลิง
ในกรณีที่มีหลายจุดร้อน โดรนยังสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพรวมว่าพื้นที่ใดมีความเสี่ยงมากกว่า
ข้อดีของการใช้โดรนค้นหาไฟ
🔥 สำรวจพื้นที่ได้รวดเร็ว
เหมาะกับพื้นที่กว้างที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินตรวจสอบได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้น
🌡️ มองเห็นความร้อน
Thermal Camera ช่วยค้นหาจุดร้อนที่กล้องทั่วไปอาจตรวจจับได้ยาก
🚁 ลดความเสี่ยง
ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์จากระยะไกลก่อนตัดสินใจเข้าใกล้พื้นที่อันตราย
🗺️ เห็นภาพรวม
สามารถดูตำแหน่งควัน จุดร้อน และพื้นที่โดยรอบจากมุมสูง
📡 ส่งข้อมูลให้ทีมภาคพื้นดิน
ภาพและข้อมูลจากโดรนสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้ปฏิบัติงานได้
แต่โดรนไม่ได้แทนที่ทีมดับเพลิง
สิ่งสำคัญคือโดรนเป็น เครื่องมือช่วยตรวจสอบและสนับสนุนการตัดสินใจ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่สามารถเข้าไปดับไฟแทนเจ้าหน้าที่ได้ในทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ การบินโดรนใกล้พื้นที่ปฏิบัติการดับเพลิงต้องมีการประสานงานและปฏิบัติตามกฎหรือข้อกำหนดของพื้นที่ เพราะโดรนที่บินโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจเป็นอันตรายต่ออากาศยานกู้ภัยหรือเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงาน
สรุป
โดรนสามารถช่วยค้นหาจุดกำเนิดหรือพื้นที่ต้องสงสัยของควันไฟได้ด้วยการ สำรวจจากมุมสูง ใช้กล้อง RGB ร่วมกับ Thermal Camera วิเคราะห์จุดความร้อน และนำข้อมูลตำแหน่งมาสร้างภาพสถานการณ์บนแผนที่
โดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดรนสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ว่า “ไฟอยู่ตรงไหน มีจุดร้อนที่ใด และควรตรวจสอบพื้นที่ไหนก่อน”
จึงเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการประเมินสถานการณ์ และช่วยให้การวางแผนรับมือเหตุไฟไหม้มีข้อมูลประกอบมากขึ้นครับ
เปิดทำการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : Dronettc – Drone Technology Training Center

: 098 261 0126
อีเมล : iddm@iddrives.co.th


Comments are closed