Latest Comments

โดรนช่วยตรวจสอบถนนหลังเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างไร?

หลังเกิดแผ่นดินไหว สิ่งที่เจ้าหน้าที่ต้องรู้โดยเร็วคือ “ถนนเส้นไหนยังผ่านได้ และเส้นไหนได้รับความเสียหายหรือถูกปิดกั้น” เพราะข้อมูลนี้มีผลโดยตรงต่อการส่งทีมกู้ภัย รถพยาบาล และสิ่งของช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย

โดรนจึงสามารถเข้ามาช่วยสำรวจถนนจากมุมสูง โดยเก็บภาพความละเอียดสูงและส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น งานวิจัยด้านการประเมินถนนหลังภัยพิบัติระบุว่า UAV สามารถสแกนแนวถนนและส่งภาพไปยังศูนย์ควบคุมเพื่อประเมินระดับความเสียหายและสิ่งกีดขวางได้


1. สำรวจถนนจากมุมสูง

หลังเกิดแผ่นดินไหว ถนนอาจได้รับผลกระทบหลายรูปแบบ เช่น

  • ถนนแตกร้าว
  • พื้นถนนทรุดตัว
  • ถนนถูกดินหรือหินถล่มทับ
  • อาคารพังลงมาขวางถนน
  • สะพานได้รับความเสียหาย
  • มีสายไฟหรือเสาไฟล้ม
  • น้ำหรือดินโคลนเข้าท่วมเส้นทาง

โดรนสามารถบินสำรวจตามแนวถนนและบันทึกภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว


2. ตรวจหาถนนที่ถูกสิ่งกีดขวางปิดกั้น

หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการค้นหาว่า เส้นทางใดถูกปิดกั้น

ตัวอย่างเช่น หากอาคารพังลงมาบนถนน เจ้าหน้าที่อาจเห็นได้จากภาพทางอากาศว่าถนนช่วงดังกล่าวไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ปัจจุบันยังมีการนำ AI และ Deep Learning มาช่วยตรวจจับอาคารที่พังและวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเครือข่ายถนน เพื่อระบุถนนที่ถูกปิดกั้นโดยอัตโนมัติ งานศึกษาที่เผยแพร่ในปี 2026 ใช้ภาพ UAV จำนวน 4,188 ภาพจากพื้นที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวคาห์รามันมาราช ปี 2023 เพื่อวิเคราะห์ถนนที่ถูกปิดกั้น


3. ตรวจสอบความเสียหายของพื้นผิวถนน

กล้องความละเอียดสูงสามารถใช้ตรวจสอบลักษณะผิดปกติบนพื้นถนน เช่น

รอยแตกร้าว → พื้นทรุด → ผิวถนนเสียหาย → เศษซากบนถนน

ภาพเหล่านี้สามารถนำไปวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อช่วยจัดระดับความเสียหายและกำหนดจุดที่ควรให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ

แต่ภาพจากโดรนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยเชิงโครงสร้างของถนนหรือสะพานได้ทุกกรณี จึงยังต้องมีวิศวกรหรือทีมภาคพื้นดินตรวจสอบในจุดสำคัญ


4. ตรวจสอบสะพานและโครงสร้างริมถนน

นอกจากตัวถนนแล้ว โดรนยังสามารถช่วยเก็บภาพโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • สะพาน
  • เสา
  • กำแพงกันดิน
  • ทางลาด
  • คันดิน
  • โครงสร้างข้างถนน

โดยเฉพาะพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อาจเข้าไปตรวจสอบได้ยากหรือมีความเสี่ยงจากอาฟเตอร์ช็อกและโครงสร้างที่ไม่มั่นคง

งานวิจัยด้าน UAV สำหรับการสำรวจโครงสร้างหลังภัยพิบัติยังมีการพัฒนา UAV ที่ติดตั้ง 3D LiDAR เพื่อสแกนโครงสร้างและสร้างข้อมูลสามมิติสำหรับการประเมินความเสียหายด้วย


5. สร้างแผนที่ถนนที่ใช้งานได้

ข้อมูลจากโดรนสามารถนำมาประกอบกับแผนที่ GIS เพื่อแบ่งถนนออกเป็นประเภทต่าง ๆ เช่น

🟢 ผ่านได้
🟡 ต้องใช้ความระมัดระวัง / ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
🔴 ถูกปิดกั้นหรือเสียหาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถนำข้อมูลไปวางแผนเส้นทางสำหรับทีมกู้ภัยและการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือ

แนวคิดนี้มีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลความเสียหายของถนนสามารถนำไปใช้ร่วมกับการวางแผนฟื้นฟูถนนและการกระจายความช่วยเหลือได้


6. เปรียบเทียบภาพก่อนและหลังเกิดแผ่นดินไหว

หากมีภาพถ่ายหรือแผนที่ของพื้นที่ก่อนเกิดเหตุอยู่แล้ว สามารถนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลหลังเกิดแผ่นดินไหวได้

ก่อนเกิดเหตุ
→ ถนนและอาคารอยู่ในสภาพปกติ

หลังเกิดเหตุ
→ พบอาคารพัง
→ พบเศษซาก
→ พบถนนทรุดหรือถูกปิดกั้น

วิธีนี้ช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ได้ชัดเจนขึ้น


โดรน + AI ช่วยได้มากขึ้น

ระบบสมัยใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้เจ้าหน้าที่ดูภาพจากโดรนด้วยตนเอง

AI สามารถนำมาใช้ช่วยวิเคราะห์ภาพเพื่อค้นหา เช่น

  • ถนนที่ถูกปิดกั้น
  • อาคารที่พัง
  • เศษซาก
  • พื้นที่เสียหาย
  • ถนนที่ยังสามารถเข้าถึงได้

ตัวอย่างงานของกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ เคยพัฒนาระบบที่ใช้ UAV ร่วมกับการประมวลผลภาพและ Deep Learning เพื่อจำแนกสภาพถนนและระบุตำแหน่งความเสียหายบนแผนที่ GIS


ตัวอย่างการทำงานจริง

สมมติว่าเกิดแผ่นดินไหวในเมืองหนึ่ง

เกิดแผ่นดินไหว

ส่งโดรนสำรวจพื้นที่

ถ่ายภาพแนวถนน

พบอาคารพังขวางถนน

AI/GIS ช่วยระบุจุดที่ถนนถูกปิดกั้น

สร้างแผนที่เส้นทางที่ยังเข้าถึงได้

ส่งข้อมูลให้ทีมกู้ภัย

ทีมเลือกเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย

กระบวนการนี้ช่วยเปลี่ยนข้อมูลจาก “ภาพถ่ายจากโดรน” ให้กลายเป็น ข้อมูลสำหรับตัดสินใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน


ข้อดีของการใช้โดรน

🚁 สำรวจได้เร็ว

สามารถเก็บข้อมูลพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันสั้น

📸 เห็นรายละเอียดจากมุมสูง

ช่วยให้มองเห็นถนนที่ถูกเศษซากหรืออาคารปิดกั้น

🗺️ นำไปสร้างแผนที่ได้

ข้อมูลสามารถเชื่อมกับ GIS เพื่อแสดงตำแหน่งความเสียหาย

⚠️ ลดการส่งคนเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

ช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นก่อนเข้าพื้นที่จริง

🚑 ช่วยวางแผนเส้นทางกู้ภัย

ข้อมูลถนนที่ผ่านได้หรือถูกปิดกั้นช่วยสนับสนุนการเลือกเส้นทางสำหรับการช่วยเหลือ


สิ่งที่ต้องระวัง

แม้โดรนจะมีประโยชน์มาก แต่หลังเกิดแผ่นดินไหวยังมีความเสี่ยงจาก อาฟเตอร์ช็อก อาคารที่ไม่มั่นคง สายไฟ และโครงสร้างที่อาจพังเพิ่มเติม

ดังนั้นภาพจากโดรนควรถูกใช้เป็น ข้อมูลสำหรับการประเมินเบื้องต้น และจุดสำคัญควรได้รับการตรวจสอบโดยทีมวิศวกรหรือเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินก่อนอนุญาตให้ประชาชนกลับมาใช้เส้นทาง

นอกจากนี้ การบินโดรนในพื้นที่ภัยพิบัติต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะอาจมีเฮลิคอปเตอร์หรืออากาศยานกู้ภัยปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน


สรุป

โดรนช่วยตรวจสอบถนนหลังเกิดแผ่นดินไหวได้โดย บินสำรวจจากมุมสูง เก็บภาพความละเอียดสูง ตรวจหาถนนที่แตกร้าว ทรุดตัว หรือถูกสิ่งกีดขวาง และนำข้อมูลมาสร้างแผนที่ความเสียหาย

เมื่อผสานกับ AI, GIS และการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ข้อมูลจากโดรนสามารถช่วยให้ทีมกู้ภัยตอบคำถามสำคัญได้อย่างรวดเร็วว่า

“ถนนเส้นไหนยังใช้ได้ เส้นไหนถูกปิดกั้น และควรเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ใดก่อน?”

จึงทำให้โดรนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือถ่ายภาพทางอากาศ แต่กลายเป็น เครื่องมือสำรวจและสนับสนุนการตัดสินใจในภาวะภัยพิบัติ ที่มีบทบาทมากขึ้นในงานกู้ภัยยุคใหม่

เปิดทำการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:

Facebook : Dronettc – Drone Technology Training Center

☎️

: 098 261 0126

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Comments are closed