หลายคนอาจมองว่า “นักบินโดรน” คือคนที่มีหน้าที่บังคับโดรนให้บินได้ แต่ในโลกการทำงานจริง ทักษะการบินเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะรายได้ของนักบินโดรนมักเกิดจากการนำ โดรน + กล้อง + เซนเซอร์ + การประมวลผลข้อมูล ไปแก้ปัญหาให้กับลูกค้า
ปัจจุบันโดรนถูกนำไปใช้ทั้งในงานถ่ายภาพ การเกษตร การสำรวจ งานก่อสร้าง การตรวจสอบโครงสร้าง งานแผนที่ และงานด้านความปลอดภัย ทำให้นักบินโดรนสามารถต่อยอดอาชีพได้หลายรูปแบบ
1. รับถ่ายภาพและวิดีโอทางอากาศ
เป็นงานที่คนทั่วไปนึกถึงมากที่สุด
นักบินโดรนสามารถรับงาน เช่น
- ถ่ายรีสอร์ตและโรงแรม
- ถ่ายบ้านและอสังหาริมทรัพย์
- ถ่ายสถานที่ท่องเที่ยว
- ถ่ายงานแต่งงาน
- ถ่ายงานอีเวนต์
- ถ่ายโฆษณา
- ถ่ายภาพมุมสูงสำหรับทำคอนเทนต์
รายได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลาในการบินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง การวางแผน ถ่ายทำ คัดภาพ ตัดต่อ และส่งมอบงาน ด้วย
2. งานสำรวจและทำแผนที่
เป็นอีกสายงานที่มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น
โดรนสามารถใช้เก็บภาพจำนวนมากแล้วนำไปประมวลผลเป็น
- Orthomosaic
- แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ
- Digital Surface Model (DSM)
- Digital Terrain Model (DTM)
- Point Cloud
- แบบจำลอง 3 มิติ
ลูกค้าอาจเป็นบริษัทก่อสร้าง บริษัทสำรวจ ผู้รับเหมา หรือหน่วยงานที่ต้องการข้อมูลพื้นที่
จุดสำคัญ: งานลักษณะนี้ไม่ได้ต้องการเพียง “คนบินโดรน” แต่ต้องเข้าใจการวางแผนภารกิจ การเก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ประมวลผลด้วย
3. งานสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง
ในไซต์ก่อสร้าง โดรนสามารถช่วยเก็บข้อมูลความคืบหน้าของโครงการได้
เช่น
ก่อนก่อสร้าง
→ สำรวจพื้นที่
ระหว่างก่อสร้าง
→ ถ่ายภาพความคืบหน้า
หลังดำเนินงาน
→ เปรียบเทียบสภาพพื้นที่
นักบินโดรนจึงสามารถรับงานสำรวจและจัดทำรายงานภาพความคืบหน้าสำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการได้
4. งานตรวจสอบโครงสร้าง
โดรนช่วยลดความจำเป็นในการส่งคนขึ้นไปตรวจสอบโครงสร้างในบางสถานการณ์
ตัวอย่างงาน เช่น
- หลังคาอาคาร
- เสาส่งสัญญาณ
- สะพาน
- โรงงาน
- โครงสร้างเหล็ก
- แผงโซลาร์เซลล์
- กังหันลม
- อาคารสูง
กล้องความละเอียดสูงสามารถเก็บภาพรายละเอียดเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญนำไปวิเคราะห์ต่อ
ดังนั้นนักบินที่ทำงานด้านนี้ควรมีความรู้เรื่อง การบินใกล้โครงสร้าง การวางแผนความเสี่ยง และการเก็บข้อมูลภาพอย่างเป็นระบบ
5. งานโดรนเกษตร
ประเทศไทยมีการนำโดรนมาใช้ในการเกษตรเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานพ่นสารหรือปุ๋ย
นักบินโดรนเกษตรอาจรับงาน
- พ่นสารป้องกันศัตรูพืช
- พ่นปุ๋ย
- พ่นสารชีวภัณฑ์
- สำรวจแปลงเกษตร
- วิเคราะห์สุขภาพพืช
- ประเมินพื้นที่เพาะปลูก
แต่สายงานนี้ต้องมีความรู้มากกว่าการบังคับโดรน เช่น การคำนวณอัตราการพ่น การเลือกหัวฉีด การประเมินสภาพอากาศ และการจัดการสารที่ใช้ในการเกษตร
6. งานสำรวจด้วยกล้อง Thermal
นักบินโดรนที่มีความรู้ด้าน Thermal Camera สามารถต่อยอดไปยังงานเฉพาะทางได้
เช่น
🔥 ตรวจหาจุดความร้อน
☀️ ตรวจสอบแผงโซลาร์เซลล์
🏭 ตรวจสอบอุปกรณ์ในโรงงาน
🏢 ตรวจสอบอาคาร
🌲 สำรวจพื้นที่ไฟป่า
กล้อง Thermal ไม่ได้ให้เพียงภาพสวย แต่ให้ ข้อมูลอุณหภูมิและรูปแบบความร้อน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการตรวจสอบทางเทคนิคได้
7. งานตรวจสอบโซลาร์เซลล์
เป็นหนึ่งในงานที่น่าสนใจสำหรับการต่อยอดในภาคอุตสาหกรรม
โดรนติดตั้งกล้อง Thermal สามารถบินสำรวจแผงโซลาร์เซลล์จำนวนมากเพื่อค้นหาความผิดปกติ เช่น จุดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณโดยรอบ
ช่วยให้ทีมบำรุงรักษาสามารถระบุตำแหน่งที่ควรเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้
8. งานติดตามพื้นที่เหมืองและวัสดุกองเก็บ
โดรนสามารถใช้สำรวจพื้นที่เหมืองหรือกองวัสดุ เช่น
- กองดิน
- กองหิน
- กองทราย
- พื้นที่ขุด
- พื้นที่ถม
ข้อมูลภาพถ่ายและแบบจำลอง 3 มิติสามารถนำไปใช้คำนวณ ปริมาตรของกองวัสดุ และติดตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ได้
นี่เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดว่า ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้โดรนบิน แต่จ่ายเพื่อ “ข้อมูล” ที่ได้จากการบิน
9. งานสำรวจและติดตามภัยพิบัติ
โดรนสามารถนำไปใช้ช่วยสำรวจพื้นที่หลังเกิดเหตุ เช่น
- น้ำท่วม
- ดินถล่ม
- ไฟป่า
- แผ่นดินไหว
- พายุ
- อาคารเสียหาย
นักบินโดรนสามารถช่วยเก็บภาพพื้นที่จากมุมสูง เพื่อให้ทีมกู้ภัยหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นภาพรวมของสถานการณ์
10. งานทำคอนเทนต์และ Social Media
บริษัทจำนวนมากต้องการภาพมุมสูงเพื่อใช้สร้างคอนเทนต์
นักบินโดรนสามารถรับงานร่วมกับ
- Creator
- Influencer
- บริษัทโฆษณา
- เอเจนซี
- โรงแรม
- ร้านอาหาร
- บริษัทอสังหาริมทรัพย์
จุดเด่นของสายงานนี้คือสามารถเริ่มจากอุปกรณ์ไม่มาก และค่อย ๆ สร้าง Portfolio เพื่อหาลูกค้าเพิ่ม
💰 แล้วนักบินโดรนมีรายได้เท่าไร?
คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขเดียวได้ยาก เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับ ประเภทงาน ประสบการณ์ อุปกรณ์ ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล และความรับผิดชอบของงาน
ตัวอย่างเช่น
| ระดับงาน | ลักษณะงาน |
|---|---|
| มือใหม่ | รับถ่ายภาพ/วิดีโอทั่วไป |
| ระดับกลาง | งานอสังหาริมทรัพย์ งานอีเวนต์ งานสำรวจ |
| ระดับมืออาชีพ | Mapping / 3D / Survey |
| เฉพาะทาง | Thermal / Inspection / Agriculture |
| ผู้ให้บริการครบวงจร | บิน + ประมวลผล + วิเคราะห์ + รายงาน |
ดังนั้นนักบินที่มีทักษะเฉพาะทางสามารถสร้างมูลค่าให้บริการได้มากกว่าการรับ “ค่าบิน” เพียงอย่างเดียว
🚁 สิ่งที่ต้องมีมากกว่าการบังคับโดรน
ถ้าต้องการประกอบอาชีพจริง ควรพัฒนาทักษะอย่างน้อย 5 ด้าน
1. การควบคุมโดรน
ต้องบินได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำ
2. การวางแผนภารกิจ
รู้จักประเมินพื้นที่ ลม สิ่งกีดขวาง และความเสี่ยง
3. การใช้กล้องและเซนเซอร์
เข้าใจว่าควรใช้ RGB, Thermal หรือ Multispectral เมื่อใด
4. การประมวลผลข้อมูล
เช่น การสร้างแผนที่ โมเดล 3 มิติ หรือรายงาน
5. ความรู้ด้านกฎหมาย
ต้องเข้าใจข้อกำหนดเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียน การขออนุญาต และพื้นที่ที่สามารถบินได้
🎯 จาก “นักบินโดรน” สู่ “ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลทางอากาศ”
นี่เป็นแนวคิดสำคัญสำหรับคนที่กำลังสนใจอาชีพนี้
ในอนาคต ลูกค้าอาจไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ “บินโดรนเป็น”
แต่ต้องการคนที่สามารถทำงานตั้งแต่
วางแผนภารกิจ → บินเก็บข้อมูล → ประมวลผล → วิเคราะห์ → จัดทำรายงาน
ดังนั้นการเรียนรู้เพิ่มเติมด้าน GIS, Photogrammetry, Mapping, Thermal Imaging, AI และการวิเคราะห์ข้อมูล จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานได้มากขึ้น
สรุป
อาชีพนักบินโดรนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับถ่ายภาพทางอากาศ แต่สามารถต่อยอดไปได้หลายสายงาน ตั้งแต่ ถ่ายภาพ งานเกษตร งานสำรวจ งานทำแผนที่ งานก่อสร้าง งานตรวจสอบโครงสร้าง งาน Thermal งานโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงงานภัยพิบัติ
เปิดทำการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
Facebook : Dronettc – Drone Technology Training Center

: 098 261 0126
อีเมล : iddm@iddrives.co.th


Comments are closed