Latest Comments

โดรนตกน้ำควรทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?

การทำโดรนตกน้ำเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ผู้ใช้งานไม่อยากเจอ เพราะน้ำสามารถสร้างความเสียหายให้กับ แบตเตอรี่ มอเตอร์ แผงวงจร และระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้อย่างรวดเร็ว และความเสียหายบางอย่างอาจไม่ได้แสดงออกทันที

สิ่งสำคัญที่สุดหลังโดรนตกน้ำจึงไม่ใช่การรีบเปิดเครื่องเพื่อเช็กว่า “ยังบินได้หรือไม่” แต่คือ หยุดจ่ายไฟและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมก่อน


🚨 สิ่งแรกที่ต้องทำ: ปิดการจ่ายไฟทันที

หากสามารถนำโดรนขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย ให้ นำแบตเตอรี่ออกจากตัวโดรนโดยเร็วที่สุด

เหตุผลคือ เมื่อน้ำเข้าไปสัมผัสวงจรที่ยังมีไฟอยู่ อาจเกิด

  • ไฟฟ้าลัดวงจร
  • กระแสไฟไหลผิดปกติ
  • วงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหาย
  • ขั้วต่อเกิดการกัดกร่อน

ดังนั้น อย่ากดเปิดเครื่องเพื่อทดลองบิน แม้ภายนอกจะดูเหมือนโดรนยังปกติก็ตาม

หลักจำง่าย: ตกน้ำ → เอาขึ้น → ตัดไฟ → ห้ามเปิดเครื่อง → ตรวจสอบ


1. นำโดรนขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย

หากโดรนตกลงในน้ำที่มีความเสี่ยง เช่น

  • แม่น้ำ
  • คลอง
  • บ่อน้ำลึก
  • ทะเล
  • บริเวณกระแสน้ำแรง

อย่าเสี่ยงลงไปเก็บโดรนหากอาจเป็นอันตรายต่อตัวเอง

ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานต้องมาก่อนอุปกรณ์เสมอ


2. ถอดแบตเตอรี่ออก

เมื่อได้ตัวโดรนมาแล้ว หากสามารถถอดแบตเตอรี่ได้อย่างปลอดภัย ให้ถอดออกทันที

สำหรับแบตเตอรี่แบบ Li-ion หรือ LiPo ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแบตเตอรี่ที่สัมผัสน้ำหรือได้รับความเสียหายอาจเกิดความผิดปกติได้

หากพบว่าแบตเตอรี่

  • บวม
  • ร้อนผิดปกติ
  • มีรอยแตก
  • มีกลิ่นผิดปกติ
  • มีเสียงผิดปกติ
  • มีความเสียหายทางกายภาพ

ไม่ควรนำกลับไปชาร์จหรือใช้งาน


3. อย่าเปิดเครื่องทดสอบ

นี่เป็นข้อผิดพลาดที่คนมักทำหลังเก็บโดรนขึ้นจากน้ำ

“ลองเปิดดูหน่อยว่ายังติดไหม”

ไม่ควรทำ

เพราะแม้โดรนจะดูแห้งจากภายนอก แต่ภายในอาจยังมีน้ำหรือความชื้นอยู่

การจ่ายไฟเข้าไปอาจทำให้วงจรที่เดิมอาจยังซ่อมได้ กลายเป็นความเสียหายที่รุนแรงขึ้น


4. อย่ารีบใช้ไดร์เป่าผมร้อน ๆ

หลายคนอาจคิดว่า

“น้ำเข้า → ใช้ไดร์เป่าให้แห้ง”

แต่การใช้ความร้อนสูงอาจทำให้ชิ้นส่วนบางอย่างเสียหายเพิ่มเติม รวมถึงอาจดันความชื้นเข้าไปในบริเวณที่เข้าถึงยาก

สิ่งที่ควรทำคือ หลีกเลี่ยงการจ่ายไฟและนำอุปกรณ์เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ/ทำให้แห้งอย่างเหมาะสม


5. น้ำจืดกับน้ำเค็มไม่เหมือนกัน

นี่เป็นประเด็นสำคัญมาก

💧 น้ำจืด

ยังสามารถสร้างความเสียหายให้วงจรได้ แต่ความเสี่ยงด้านการกัดกร่อนอาจแตกต่างจากน้ำทะเล

🌊 น้ำเค็ม

อันตรายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพราะเกลือและสารตกค้างสามารถทำให้เกิดการกัดกร่อนและปัญหาทางไฟฟ้าได้

ดังนั้นถ้าโดรนตกทะเล ไม่ควรคิดเพียงว่า “ตากให้แห้งก็น่าจะใช้ได้”

ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการที่มีความรู้ตรวจสอบโดยเร็ว


6. ตรวจสอบส่วนประกอบสำคัญ

หลังจากตัดไฟแล้ว ควรตรวจสอบเบื้องต้นว่า

🔋 แบตเตอรี่

มีอาการบวม ร้อน หรือเสียหายหรือไม่

⚙️ มอเตอร์

มีน้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าไปหรือไม่

🔌 ขั้วต่อ

มีคราบน้ำหรือคราบออกไซด์หรือไม่

🧠 Flight Controller

มีร่องรอยความชื้นหรือการกัดกร่อนหรือไม่

📷 กล้องและ Gimbal

มีน้ำหรือไอน้ำอยู่ภายในหรือไม่

🌀 ใบพัด

มีรอยแตกหรือเสียรูปจากการตกหรือไม่


7. หากเป็นน้ำทะเล ต้องรีบจัดการเป็นพิเศษ

กรณีโดรนตกทะเลไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน เพราะคราบเกลือสามารถทำให้เกิดการกัดกร่อนต่อชิ้นส่วนโลหะและวงจรได้

ไม่ควรทดลองเปิดเครื่องเพื่อทดสอบเอง

ควรส่งให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบและทำความสะอาดภายในตามขั้นตอนที่เหมาะสมกับรุ่นนั้น ๆ


8. แล้วควรทำให้แห้งอย่างไร?

การทำให้แห้งไม่ได้หมายความว่าเพียงแค่เช็ดด้านนอกจนไม่มีหยดน้ำ

ภายในโดรนอาจมีความชื้นอยู่ตาม

  • แผงวงจร
  • ขั้วต่อ
  • มอเตอร์
  • ช่องระบายอากาศ
  • กล้อง
  • Gimbal

จึงควรให้ผู้ที่มีความรู้ตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของผู้ผลิตหรือศูนย์บริการ โดยเฉพาะกรณีที่โดรนจมน้ำทั้งลำ


❌ สิ่งที่ไม่ควรทำหลังโดรนตกน้ำ

จำ 5 ข้อนี้ไว้ให้ดี

❌ อย่าเปิดเครื่องทดลองบิน

❌ อย่าชาร์จแบตเตอรี่ที่เปียกหรือเสียหาย

❌ อย่าใช้ความร้อนสูงเป่าโดยตรง

❌ อย่าคิดว่าแห้งภายนอกแล้วแปลว่าภายในแห้ง

❌ อย่าฝืนใช้งานหากมีอาการผิดปกติ


🛠️ หลังจากโดรนแห้งแล้ว บินได้เลยหรือไม่?

ไม่ควรรีบบินทันที

ควรตรวจสอบก่อนว่า

  • มอเตอร์ทำงานปกติ
  • ใบพัดไม่มีความเสียหาย
  • Gimbal ทำงานปกติ
  • กล้องไม่มีความชื้น
  • ระบบควบคุมไม่มี Error
  • แบตเตอรี่ไม่มีความผิดปกติ
  • ไม่มีคราบกัดกร่อนบนวงจรหรือขั้วต่อ

หากเป็นการจมน้ำหรือโดนน้ำทะเล แนะนำให้ ให้ศูนย์บริการหรือช่างที่มีความเชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำกลับมาใช้งาน


🚁 แล้วทำไมโดรนบางรุ่นถึงบินกลางฝนได้?

คำว่า “กันน้ำ” กับ “มีระดับการป้องกันน้ำ” ไม่ได้หมายความว่าโดรนสามารถนำไปจมน้ำได้

โดรนบางรุ่นอาจมีมาตรฐาน IP ที่ช่วยป้องกันน้ำและฝุ่นในระดับที่ผู้ผลิตกำหนด แต่ต้องดู IP Rating และเงื่อนไขการใช้งานของรุ่นนั้นโดยเฉพาะ

ดังนั้น

บินเจอฝนตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด ≠ โดรนจมน้ำแล้วใช้งานต่อได้


📌 สรุปจำง่าย

หากโดรนตกน้ำ ให้จำขั้นตอนนี้:

1. นำโดรนขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย

2. ตัดไฟและถอดแบตเตอรี่ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย

3. ห้ามเปิดเครื่องและห้ามชาร์จแบตเตอรี่

4. เช็ดและจัดการความชื้นอย่างเหมาะสม

5. ส่งตรวจหากจมน้ำหรือมีความเสียหาย

6. ตรวจสอบระบบทั้งหมดก่อนนำกลับมาบิน

💡 สิ่งที่สำคัญที่สุด

“โดรนตกน้ำ ไม่ได้แปลว่าโดรนเสียทันที แต่การเปิดเครื่องหรือจ่ายไฟทั้งที่ยังมีความชื้นอยู่ อาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้นได้”

เปิดทำการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:

Facebook : Dronettc – Drone Technology Training Center

☎️

: 098 261 0126

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Comments are closed