Latest Comments

"โดรนตรวจสอบภายในท่อและพื้นที่ปิด" (Confined Space Inspection Drones)

“โดรนตรวจสอบภายในท่อและพื้นที่ปิด” หรือที่เรียกว่า Confined Space Inspection Drones (มักทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ประเภท ROV/Crawler) คือนวัตกรรมขั้นสูงที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมหนักโดยเฉพาะ เช่น โรงกลั่นน้ำมัน โรงไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย และอุโมงค์ใต้ดิน

พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) เช่น ภายในถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ (Storage Tank) ท่อส่งก๊าซ ไซโลเก็บพืชผล หรืออุโมงค์ส่งน้ำ เป็นพื้นที่อันตรายสูงสุดสำหรับมนุษย์ เนื่องจากเสี่ยงต่อการขาดออกซิเจน โครงสร้างถล่ม หรือการสะสมของก๊าซพิษ โดรนประเภทนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อ “รับความเสี่ยงแทนมนุษย์” โดยเปลี่ยนงานที่ต้องใช้เวลาเตรียมการเป็นสัปดาห์ให้เสร็จสิ้นได้ในไม่กี่ชั่วโมงครับ

1. คุณสมบัติพิเศษที่ต่างจากโดรนทั่วไป (ทำไมบินในพื้นที่ปิดได้?)

การบินโดรนในพื้นที่ปิดหนาแน่นไปด้วยเหล็กและปูน ไม่สามารถใช้โดรนถ่ายภาพทั่วไปได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาณ GPS และเสี่ยงชนผนังพัง โดรนประเภทนี้จึงต้องมี 3 เทคโนโลยีหลักรองรับ:

  • กรงป้องกันกระแทก (Protective Cage / Collision-Resistant): ตัวโดรนจะถูกห่อหุ้มด้วยกรงคาร์บอนไฟเบอร์หรือไนลอนทนแรงกระแทก ยืดหยุ่นสูง โครงสร้างนี้ช่วยให้โดรนสามารถบินชนผนังท่อ ชนข้อต่อเหล็ก หรือชนเพดาน แล้วเด้งออกเพื่อบินทำงานต่อได้โดยที่ใบพัดไม่หักและไม่ร่วงพัง
  • ระบบระบุตำแหน่งโดยไม่พึ่ง GPS (GPS-Denied Navigation): ในถังเหล็กหนาหรืออุโมงค์ลึกลึกลงไปใต้ดิน คลื่น GPS ไม่สามารถเข้าถึงได้ โดรนกลุ่มนี้จึงใช้ระบบเซนเซอร์วัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ (LiDAR) และกล้องจับความเคลื่อนไหว (Vision Sensors) เพื่อคำนวณระยะห่างรอบตัวและล็อกระดับการบินให้ลอยตัวนิ่งๆ อยู่ตรงกลางท่อได้เอง
  • ระบบไฟส่องสว่างกำลังสูง (Super Bright LED): ภายในท่อหรือถังเก็บจะมืดสนิท โดรนจึงต้องพกไฟสปอตไลท์ LED กำลังส่องสว่างสูง (บางรุ่นสูงถึง 4,000–10,000 ลูเมน) เพื่อเปิดทัศนวิสัยให้กล้องสามารถจับภาพรอยร้าวหรือคราบสนิมได้อย่างคมชัด

2. หน้าที่และภารกิจหลักในอุตสาหกรรม

  • ตรวจสอบถังและไซโล (Tank & Silo Inspection): บินเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างภายใน รอยเชื่อม หรือจุดผุกร่อนของถังเก็บสารเคมี ถังเก็บน้ำมันดิบ หรือไซโลปูนซีเมนต์
  • ตรวจสอบท่อส่งและระบบระบายน้ำ (Pipeline & Sewer Inspection): บินลอดเข้าท่อส่งขนาดใหญ่ ท่อส่งลมอุตสาหกรรม หรืออุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน เพื่อหาจุดอุดตัน รอยแตกแยก หรือการทรุดตัวของโครงสร้าง
  • ตรวจสอบหม้อต้มไอน้ำอุตสาหกรรม (Boiler Inspection): ในโรงไฟฟ้าหรือโรงงานผลิตขนาดใหญ่ จะมีต้มน้ำแรงดันสูงขนาดเท่าตึก การส่งโดรนเข้าไปเช็กสภาพท่อความร้อนภายใน ช่วยลดระยะเวลาปิดซ่อมบำรุง (Downtime) ได้มหาศาล

3. ประโยชน์สูงสุด: ความปลอดภัยและผลตอบแทนทางธุรกิจ

เซฟชีวิตผู้ปฏิบัติงาน (Zero Human Risk)

เปลี่ยนจากเดิมที่ต้องส่งวิศวกรหรือช่างเทคนิคสวมชุดป้องกันและหน้ากากถังออกซิเจนคลานเข้าไปในท่อแคบๆ ซึ่งเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มาเป็นการให้ทีมนักบินยืนควบคุมโดรนอย่างปลอดภัยอยู่ภายนอกห้องควบคุม

เปลี่ยนงาน 2 สัปดาห์ ให้จบได้ใน 2 ชั่วโมง (Turn a 2-Week Job into 2-Hour Job)

หากใช้คนเข้าไปตรวจถังน้ำมันขนาดใหญ่ จะต้องเสียเวลาหลายวันในการตั้งนั่งร้านเหล็ก (Scaffolding) สูงนับสิบเมตรเพื่อปีนขึ้นไปดูทีละจุด และต้องจ้างทีมกู้ภัยมาสแตนบายหน้างาน แต่โดรนสามารถบินขึ้นไปสแกนรอบถังเสร็จสิ้นและเก็บข้อมูลได้ภายในไม่กี่นาที ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดเวลาที่โรงงานต้องหยุดการผลิต

ได้ข้อมูลดิจิทัลที่แม่นยำ (High-Quality Data & 3D Modeling)

กล้องความละเอียดสูงระดับ 4K และกล้องตรวจจับความร้อน (Thermal) จะส่งภาพรอยแตก การรั่วไหล หรือจุดบกพร่องของฉนวนกลับมาแบบเรียลไทม์ และข้อมูลภาพถ่ายเหล่านั้นยังสามารถนำมาประมวลผลต่อเพื่อสร้างเป็น แบบจำลอง 3 มิติ (3D Mesh Model) ของโครงสร้างภายในท่อ เพื่อเก็บไว้ใช้เปรียบเทียบการสึกหรอในการตรวจสอบครั้งต่อไปได้ด้วยครับ

เปิดบริการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:

Facebook : Dronettc - Drone Technology Training Center

☎️ : 098 261 0126

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Line OA : @idsit

Comments are closed