Latest Comments

ทำไมโดรนบางรุ่นสามารถบินตามวัตถุแบบอัตโนมัติได้?

เคยสังเกตไหมว่าโดรนบางรุ่นสามารถบินตามคน รถยนต์ หรือวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ได้ โดยที่นักบินไม่จำเป็นต้องบังคับทิศทางตลอดเวลา? ความสามารถนี้เรียกว่า ระบบติดตามวัตถุอัตโนมัติ (Object Tracking) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ช่วยให้การถ่ายภาพทางอากาศมีความสะดวกและน่าสนใจมากขึ้น

เบื้องหลังการบินตามวัตถุไม่ได้มีเพียงกล้องเท่านั้น แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้อง เซ็นเซอร์ ระบบประมวลผลภาพ และระบบควบคุมการบิน เพื่อให้โดรนสามารถตรวจจับตำแหน่งของเป้าหมายและปรับทิศทางให้ติดตามเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง


ระบบบินตามวัตถุทำงานอย่างไร?

หลักการทำงานโดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็นหลายขั้นตอน

1. กล้องตรวจจับวัตถุ

เมื่อผู้ใช้งานเลือกเป้าหมาย เช่น คน รถ หรือจักรยาน ระบบกล้องจะจับภาพเป้าหมายและกำหนดตำแหน่งของวัตถุภายในภาพ

จากนั้นระบบจะติดตามการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งเป้าหมายในแต่ละเฟรมของวิดีโอ


2. ระบบประมวลผลภาพวิเคราะห์เป้าหมาย

โดรนบางรุ่นใช้เทคโนโลยี Computer Vision และ AI เพื่อช่วยแยกแยะว่าวัตถุใดคือเป้าหมายที่ต้องติดตาม

ตัวอย่างเช่น ระบบสามารถจำแนกได้ว่าเป้าหมายเป็น

  • บุคคล
  • รถยนต์
  • จักรยาน
  • เรือ
  • สัตว์ หรือวัตถุประเภทอื่น ๆ ตามความสามารถของระบบ

การประมวลผลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบรู้ว่าเป้าหมายกำลังเคลื่อนที่ไปทางไหน


3. คำนวณตำแหน่งของเป้าหมาย

เมื่อเป้าหมายเคลื่อนที่ ระบบจะวิเคราะห์ตำแหน่งของเป้าหมายบนภาพ เช่น

  • เคลื่อนไปทางซ้าย
  • เคลื่อนไปทางขวา
  • เข้าใกล้
  • เคลื่อนออกห่าง
  • เคลื่อนขึ้นหรือลง

จากข้อมูลเหล่านี้ ระบบจะคำนวณว่าต้องปรับการเคลื่อนที่ของโดรนอย่างไรเพื่อให้เป้าหมายยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการของภาพ


4. ระบบควบคุมการบินปรับทิศทาง

ข้อมูลจากระบบติดตามจะถูกส่งต่อไปยังระบบควบคุมการบิน จากนั้นโดรนจะปรับ

  • ทิศทาง
  • ความเร็ว
  • ระยะห่าง
  • ระดับความสูง
  • การหมุนของตัวโดรน

เพื่อรักษาตำแหน่งสัมพันธ์กับเป้าหมาย

ตัวอย่างเช่น หากรถยนต์ที่กำลังติดตามเลี้ยวไปทางขวา ระบบจะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงและสั่งให้โดรนปรับตำแหน่งตาม


5. กล้องและกิมบอลช่วยรักษาเป้าหมายให้อยู่ในเฟรม

นอกจากตัวโดรนจะเคลื่อนที่ตามเป้าหมายแล้ว Gimbal ยังช่วยควบคุมทิศทางของกล้อง เพื่อให้เป้าหมายยังอยู่ในเฟรมภาพ

จึงทำให้ภาพที่ได้มีความต่อเนื่องและดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น


ทำไมโดรนจึงรู้ว่าวัตถุอยู่ตรงไหน?

ระบบติดตามวัตถุอาจใช้ข้อมูลจากหลายแหล่งร่วมกัน เช่น

กล้อง

ใช้ตรวจจับรูปร่าง สี ลักษณะ และตำแหน่งของเป้าหมายในภาพ

GPS/GNSS

ช่วยให้ระบบทราบตำแหน่งของโดรนและสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามในบางโหมด

เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง

ช่วยตรวจสอบพื้นที่รอบตัวโดรน เพื่อลดความเสี่ยงจากการชนสิ่งกีดขวางระหว่างติดตาม

ระบบประมวลผล AI

ช่วยวิเคราะห์ภาพและติดตามเป้าหมายที่กำลังเคลื่อนที่

การทำงานร่วมกันของระบบเหล่านี้ทำให้โดรนสามารถติดตามเป้าหมายได้แม่นยำกว่าการใช้กล้องเพียงอย่างเดียว


ตัวอย่างการนำไปใช้งานจริง

ระบบบินตามวัตถุสามารถนำไปใช้กับงานหลายประเภท เช่น

การถ่ายกิจกรรมกลางแจ้ง

นักกีฬา นักปั่นจักรยาน หรือผู้วิ่ง สามารถใช้ระบบติดตามเพื่อบันทึกภาพโดยไม่ต้องมีผู้ควบคุมกล้องอยู่ตลอดเวลา

การถ่ายรถยนต์

สามารถใช้สร้างภาพเคลื่อนไหวของรถยนต์ที่กำลังวิ่งบนเส้นทางที่เหมาะสม โดยโดรนรักษาตำแหน่งสัมพันธ์กับรถ

การถ่ายภาพท่องเที่ยว

ช่วยถ่ายภาพบุคคลที่กำลังเดินหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยลดภาระของผู้ควบคุม

งานอุตสาหกรรม

ระบบติดตามวัตถุสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการติดตามยานพาหนะหรือวัตถุที่เคลื่อนที่ในพื้นที่ที่มีการวางแผนและควบคุมความปลอดภัยอย่างเหมาะสม


ระบบบินตามวัตถุไม่ได้หมายความว่าโดรนบินได้โดยไม่มีความเสี่ยง

แม้ระบบจะสามารถทำงานอัตโนมัติ แต่ผู้ควบคุมยังมีหน้าที่สำคัญ เพราะระบบอาจมีข้อจำกัด เช่น

  • เป้าหมายถูกสิ่งกีดขวางบัง
  • แสงน้อย
  • วัตถุมีลักษณะคล้ายกับสิ่งรอบข้าง
  • เป้าหมายเคลื่อนที่เร็วเกินขีดความสามารถของระบบ
  • สัญญาณหรือระบบระบุตำแหน่งมีปัญหา
  • มีสิ่งกีดขวางในเส้นทางบิน

ดังนั้น ผู้ใช้งานควรพร้อมเข้าควบคุมโดรนด้วยตนเองเมื่อระบบอัตโนมัติไม่สามารถติดตามเป้าหมายได้อย่างปลอดภัย


ระบบติดตามวัตถุกับระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางไม่เหมือนกัน

สองระบบนี้มักถูกเข้าใจว่าเป็นระบบเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วมีหน้าที่แตกต่างกัน

Object Tracking
มีหน้าที่ติดตามและรักษาตำแหน่งของเป้าหมาย

Obstacle Avoidance
มีหน้าที่ตรวจจับสิ่งกีดขวางและช่วยหลีกเลี่ยงการชน

โดรนรุ่นที่มีทั้งสองระบบสามารถนำข้อมูลมาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยให้การติดตามวัตถุมีความปลอดภัยมากขึ้น แต่ประสิทธิภาพและความสามารถจะแตกต่างกันไปตามรุ่นและสภาพแวดล้อม


สรุป

สาเหตุที่โดรนบางรุ่นสามารถบินตามวัตถุแบบอัตโนมัติได้ เพราะมีการนำ Computer Vision, AI, กล้อง, เซ็นเซอร์ และระบบควบคุมการบิน มาทำงานร่วมกัน

ระบบจะตรวจจับเป้าหมาย วิเคราะห์ตำแหน่งและทิศทางการเคลื่อนที่ จากนั้นคำนวณการเคลื่อนที่ของโดรนและปรับกล้องให้ติดตามเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

เทคโนโลยีนี้จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพและวิดีโอ รวมถึงเปิดโอกาสให้โดรนถูกนำไปประยุกต์ใช้ในงานที่หลากหลายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ระบบอัตโนมัติยังไม่สามารถทดแทนการควบคุมและการตัดสินใจของนักบินได้ทั้งหมด ผู้ใช้งานจึงควรเข้าใจข้อจำกัดของระบบและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

ปิดทำการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:

Facebook : Dronettc – Drone Technology Training Center

☎️

: 098 261 0126

อีเมล : iddm@iddrives.co.th

Comments are closed