ปัจจุบัน “โดรนเกษตร” กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญของเกษตรกรไทย ไม่ว่าจะเป็นการพ่นยา หว่านปุ๋ย หรือสำรวจแปลงเพาะปลูก แต่รู้หรือไม่ว่า… พืชแต่ละชนิดมีลักษณะทรงพุ่ม ความสูง และระยะปลูกต่างกัน ทำให้การตั้งค่าการบินและการพ่นของโดรนแตกต่างกันด้วย
วันนี้เรามาดูความแตกต่างของการใช้โดรนใน ไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด และสวนมันสำปะหลัง กันค่ะ 🌾
🌿 1. การใช้โดรนใน “ไร่อ้อย”
ลักษณะพื้นที่:
- อ้อยมีความสูงมาก (บางช่วงสูงกว่า 2–3 เมตร)
- ปลูกแน่น เป็นแถวชิดกัน
- ใบมีลักษณะแหลมและซ้อนทับกัน
เทคนิคการใช้โดรน:
- ต้องบินสูงกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้ละอองกระจายลงได้ทั่ว
- ใช้หัวฉีดที่กระจายฝอยละเอียด เพื่อแทรกซึมลงใต้ใบ
- ปรับอัตราการไหลของน้ำยาให้เหมาะสม เพราะทรงพุ่มหนา
ข้อควรระวัง:
- ช่วงอ้อยโตจัด ลมพัดแรงอาจทำให้ละอองยาเบี่ยงทิศ
- ควรบินช่วงเช้าหรือเย็น ลดการระเหยของสารเคมี
🌽 2. การใช้โดรนใน “ไร่ข้าวโพด”
ลักษณะพื้นที่:
- ข้าวโพดมีระยะปลูกชัดเจน เป็นแถวห่างพอสมควร
- ความสูงเฉลี่ย 1–2 เมตร
- ใบกว้าง แต่ไม่หนาแน่นเท่าอ้อย
เทคนิคการใช้โดรน:
- สามารถบินต่ำกว่าไร่อ้อยเล็กน้อย
- ปรับความเร็วการบินให้สัมพันธ์กับระยะร่องปลูก
- เหมาะกับการพ่นปุ๋ยทางใบและสารป้องกันหนอนเจาะลำต้น
ข้อดี:
- โดรนช่วยเข้าถึงพื้นที่ที่รถเข้าไม่ได้
- ลดการเหยียบต้นข้าวโพดเสียหาย
🌱 3. การใช้โดรนใน “สวนมันสำปะหลัง”
ลักษณะพื้นที่:
- ปลูกเป็นแถวชัดเจน
- ความสูงประมาณ 1–2 เมตร (ขึ้นอยู่กับอายุพืช)
- พุ่มใบโปร่งกว่าอ้อย
เทคนิคการใช้โดรน:
- บินในระดับปานกลาง
- ใช้อัตราพ่นที่ไม่มากเกินไป เพราะใบไม่หนาทึบ
- นิยมใช้โดรนพ่นสารกำจัดวัชพืชระหว่างร่อง
ข้อควรระวัง:
- ระวังช่วงดินแห้งจัด ละอองอาจฟุ้งกระจาย
- ควรวางแผนเส้นทางบินตามแนวร่องปลูกเพื่อความแม่นยำ
สรุป
- ศึกษาลักษณะพืชก่อนตั้งค่าการบิน
- ปรับอัตราการพ่นให้เหมาะกับทรงพุ่ม
- ตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนบินทุกครั้ง
- ทำความสะอาดโดรนหลังใช้งานทุกครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน
การใช้โดรนอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนแรงงาน แต่ยังเพิ่มความแม่นยำ ลดการใช้สารเคมีเกินจำเป็น และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ 🚁🌾
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ : เวลา 08:00 – 17:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ: Facebook : ตรอ.ไอดี สาขาสำนักงานใหญ่: 098 261 0126 อีเมล : iddm@iddrives.co.th


: 098 261 0126
อีเมล :
Comments are closed